UFABET 911 แทงมวยออนไลน์ แกะรอยสำรวจเส้นทางเซียนดังจากซิกสีสู่ออนไลน์

UFABET 911 แทงมวยออนไลน์ ร่วมสำรวจเส้นทางยอดเซียนมวยผู้เริ่มต้นจากการส่งซิกก่อนก้าวสู่โลกของการแทงมวยแบบไฮเทค

มวยไทยถือเป็นศิลปะป้องกันตัวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมประจำชาติไทยมานานนับร้อยปี เพียงแต่ว่าในสมัยก่อนนั้นโอกาสแสดงฝีมือก็ต่อเมื่อมีงานนักขัตฤกษ์ประจำปีชายไทยมักจะฝึกมวยไทยเพื่อป้องกันตัวหรือเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง
จนเมื่อมีการก่อกำเนิดของสนามมวยขึ้นเป็นครั้งแรกนั่นคือสนามมวยลุมพินีซึ่งสร้างขึ้นภายในภายในบริเวณโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และได้จัดให้มีการแข่งขันชกมวยทุกวันเสาร์ในพ.ศ.2464
จากนั้นจึงได้มีการจัดสร้างสนามมวยถาวรขึ้นอีกหลายสนาม มีทั้งเวทีมวยมาตรฐาน เวทีมวยในต่างจังหวัด รวมไปถึงเวทีมวยที่จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ที่เรียกกันจนคุ้นหูว่า “มวยตู้” นั่นเอง และพัฒนาตัวเองสู่เส้นทางแทงมวยออนไลน์ในทุกวันนี้

UFABET 911

เซียนมวยคือเส้นเลือด
กลุ่มคนที่เป็นส่วนสำคัญในเวทีมวยนอกจากนักมวย ผู้ชม โปรโมเตอร์แล้วก็ยังมีกลุ่มเซียนมวยเป็นดุจเส้นเลือดของวงจรกีฬามวยด้วยเช่นกัน ในระยะที่มวยไทยยังจัดชกตามเวทีมวยต่างๆ กลุ่มเซียนเหล่านี้ก็จะฝังตัวอยู่ในล็อกต่างๆ ในสนามมวย ตั้งราคาต่อรอง เล่นได้เสียอยู่ในเวทีมวยเท่านั้น จนเมื่อความนิยมเพิ่มสูงขึ้นก็มีการเล่นได้เสียในกลุ่มผู้ชมมวยตู้ซึ่งกระจายออกไปทั่วประเทศ
และเมื่อมีเทคโนโลยีก้าวไกลไปเหล่าเซียนมวยก็มีการปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงมีการเล่นมวยผ่านเพจเจอร์ โทรศัพท์มือถือ การพากย์มวย-วิจารณ์ผ่านทางโทรศัพท์ มีการพากย์มวย ให้ราคาเด็ด ราคาเรตผ่านระบบ 1900 หรือโทรศัพท์สายด่วนอย่างที่เรียกว่า”คาหู”
ในที่สุดเมื่ออินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทก็มาถึงแทงมวยออนไลน์ คนเล่นไม่จำเป็นต้องไปที่สนามมวย มีเพียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็เล่นได้แล้ว และมีเว็บไซต์พนันมวยออนไลน์เป็นตัวเลือกอีกเยอะแยะ

วิถีแห่งเซียนมวย
ในยุทธจักรแห่งเซียนมวยในยุคนี้ที่บรรดาคนดู นักพนันมวยรู้จักกันทั่วประเทศก็คือ “งักอู๋ แซ่ลิ้ม” เป็นทั้งนักวิจารณ์มวย นักจัดรายการวิทยุ และเป็นเซียนมวยที่เป็นเบอร์ 1 ในวงการมาหลายปีดีดักแล้ว ที่สำคัญเป็นผู้มีบทบาทมากในเริ่มต้นสิ่งใหม่ในวงการเล่นได้-เสีย และเป็นผู้บุกเบิกนำเอาเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่วงการ กระทั่งความนิยมในการแทงมวยออนไลน์ก็เริ่มต้นมาจากเซียนอู๋คนนี้ด้วยเช่นกัน
“เซียนอู๋” เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เตี่ยชื่อบุนเห่า แซ่ลิ้ม แม่ชื่อเอี่ยมลั้ง แซ่เฮ้า ครอบครัวมีฐานะยากจนเพราะมีพี่น้องถึง 5 คน โดยเฉพาะงักอู๋ซึ่งเป็นลูกคนสุดท้องซนอย่างมหาวายร้าย ไม่ชอบเรียน เกเร ในที่สุดก้าวเข้าสู่วงจรพนันหลายรูปแบบ และก้าวขึ้นมาเป็นนักมวยหวังจะเอาดีทางนี้ แต่เนื่องจากอยู่ในค่ายมวยเล็กจึงไม่ค่อยได้ขึ้นชกจึงเลิกชก
ถึงเลิกชกแล้วก็วนเวียนอยู่ในแวดวงมวยเหมือนเดิมแต่เป็นนักพนันเล่นได้เสียอยู่ในเวทีต่างๆ แต่ไม่ได้แทงมั่ว เพราะเป็นความจำดี และชอบนักมวยคนไหน มีจุดอ่อน จุดแข็งอย่างไร สถิติการชกย้อนหลังเป็นอย่างไรบ้างก็จะจดลงสมุดไว้หมด จึงเล่นได้มากกว่าเสีย
เซียนอู๋เริ่มต้นเล่นมวยด้วยมวยตู้ทางช่อง 9 จากนั้นก็ตระเวนเล่นมวยตามเวทีชานเมืองจนชั่วโมงบินแกร่งกล้าแล้วจึงเข้ามาท่องยุทธจักรนักสู้ในเวทีมวยชื่อดังของประเทศทั้งสนามมวยราชดำเนิน-ลุมพินี ซึ่งเป็นช่วงทีวงการมวยไทยเฟื่องฟูสุดขีด
ที่สิงสถิตในการเล่นมวยของเซียนอู๋คือล็อก 3 ซึ่งเล่นกันด้วยวงเงินเพียงแค่หลักพัน เรียนรู้สารพัดสารวิธีการเล่น โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือเก็บของตาย วัดดวง และซื้อขาย งักอู๋อาศัยทีอ่านเกมมวยเก่ง จำมวยแม่นจงเล่นแบบวัดดวงซึ่งได้มากกว่าเสีย
หลังจากนั้นเขายังได้ไปเป็นนักวิจารณ์อยู่นิตยสารมวยจากงักอู๋เลยกลายเป็นเซียนอู๋เต็มตัว และใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ในวงการ มีบางช่วงที่หันไปทำอาชีพอย่างทำค่ายมวย เปิดร้านอาหาร แต่ในที่สุดก็กลับมาเป็นนักเล่นได้เสียอยู่บนล็อกเหมือนเดิม

ยุทธจักรนักซิก
นักเล่นมวยในยุคปัจจุบันอาจจะคุ้นหูกับการเล่นมวยในเวที หรือแทงมวยออนไลน์ตามยุคสมัย แต่ราวพ.ศ.2521-22 ที่เซียนมวยรู้จักดีก็คือการส่งซิกซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก ความจริงมีมานานแล้วในมวยตู้สมัยก่อนแต่ทางสนามมวยจะไม่ค่อยยอมให้มี
ความหมายของการส่งซิกการส่งสัญลักษณ์ สัญญานที่เซียนมวยทำขึ้นเพื่อสื่อสารระหว่างคนส่งซิก (ในสนามมวย) กับคนซื้อซิก (ดูมวยตู้ทางโทรทัศน์)
การส่งซิกมีหลายอย่างหลายยุค อาจจะให้คนส่งซิกยืนอยู่ตามเสาในสนามมวย ถ้ายืนชิดเสาเป็นแดง ยืนห่างเสาเป็นน้ำเงิน หรือหากหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบก็แปลว่าแดงต่อ 3-2
ตอนนั้นมีคนเข้าใจกันว่าการส่งซิกคือการทำให้คนเล่นรู้ราคา นักส่งซิกแอบไปดูคะแนนกรรมการ แต่ข้อเท็จจริงก็คือเป็นมุมมองของคนส่งซิกทั้งนั้น
เซียนอู๋เป็นคนริเริ่มรูปแบบการส่งซิกในสนามมวย จากแต่ก่อนการส่งซิกใช้มือหรืออวัยวะของร่างกายเป็นหลักก็เปลี่ยนมาเป็นซิกสี กล่าวคือให้คนส่งซิกใส่เสื้อแดง เสื้อน้ำเงิน เหลือง ขาว
บางทีให้คนส่งซิกใส่เสื้อสีส้ม ถือกระดาษสีเขียวหมายความว่าให้อยู่ข้างแดง ถ้าถือกระดาษสีเหลืองถือเป็นน้ำเงิน อะไรแบบนี้
นอกจากส่งซิกแล้วก็ยังเป็นคนริเริ่มเป็นเจ้ามือเปิดรับแทงเรต คล้ายกับที่นักพนันในสนามม้าทำกัน หมายความว่าเล่นมวย 3 ตัวหากถูกหมดจ่ายให้ 5 ต่อ แทง 2 บาทก็ได้ 10 บาท
คำว่าแทงเรตแม้กระทั่งนักเล่นแทงมวยออนไลน์ก็ยังคุ้นกับคำนี้เป็นอย่างดี

สู่ยุคไฮเทค-คาหู
หลังจากทำทั้งซิกสี-แทงเรตมาได้หลายปี เซียนอู๋ก็พัฒนาการส่งซิกผ่านเพจเจอร์ โดยมีทีมงานกดเพจเจอร์ที่บ้านส่วนตัวของเซียนอู๋จะอยู่ที่สนามมวยและพากย์ บอกราคาต่อรองทางโทรศัพท์จากนั้นจึงต่อสายมาบ้านให้ทีมงานฟังราคาต่อรองแล้วกดผ่านเพจเจอร์ไปให้คนที่สมัครได้รับทราบ
รายได้ส่งซิกผ่านเพจเจอร์บวกกับส่งซิกผ่านตู้เดือนนึงตกเดือนละกว่าแสนบาทถือว่าดีทีเดียว แต่ตอนหลังส่งผ่านเพจเจอร์ก็ต้องมาเลิกไปเพราะคนเลิกใช้ เลยต้องมาหาแนวทางใหม่อีก
หลังจากหมดยุคของเพจเจอร์ไปแล้วก็ถึงเวลาตามหาเครื่องมือใหม่มาใช้ ในที่สุดก็เปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์มือถือเป็นช่องทางใหม่ มีภาษาเรียกในเวลานั้นว่าการเล่น “คาหู” ซึ่งก็คือการใช้สายด่วนส่วนตัวเพื่อแจ้งเรื่องราคาต่อรอง จะเล่นแดง น้ำเงิน ใครจะเข้าวิน รวมไปถึงการบอกซิกมวยตู้ การพากย์มวยคาหูไปด้วย
เนื่องจากในยุคเริ่มแรกราคาของโทรศัพท์มือถือค่อนข้างแพง ราคาสมาชิกสำหรับ “คาหู” จึงค่อนข้างแพง ตกเดือนละ 6,000 บาทต่อคน พอตอนหลังราคาโทรศัพท์มือถือถูกลงค่าบริการก็ลดลงเหลือระดับพันบาทเท่านั้น
การบริการ “คาหู” กลายเป็นที่นิยมของบรรดาเซียนมวยในสนามไปด้วย มีคนทำซิกรูปแบบนี้กันเป็นจำนวน 50-60 เจ้า บางคนนี่สมาชิกมากมีโทรศัพท์คาหูอยู่บนตัว 4-50 เครื่องเลย

หลังจากนั้นมีบริษัทสื่อสารยักษ์ใหญ่เจ้าหนึ่งติดต่อเซียนอู๋เพื่อต้องการให้ร่วมมือกันในโปรเจกต์การวิจารณ์พร้อมพากย์มวยจากทางเวทีผ่านโทรศัพท์ ซึ่งในที่สุดก็กลายเป็น “เซียนอู๋ คาหู 1900” เจ้าแรกของไทย โดยราคาค่าบริการตกนาทีละ 9 บาท
วิธีการใช้ก็ไม่ยากอะไรเลย ให้ผู้สนใจจะฟังพากย์ การวิจารณ์ของเซียนอู๋ก็โทรมาตามเบอร์โทร 1900 ที่ทางบริษัทกำหนดไว้ พอโทรติดแล้วก็ให้เลือกกดว่าจะใช้บริการอะไร
กด 1 ฟังวิจารณ์มวยเด็ด ราคาซิกมวยตู้ทุกช่องรวมถึงราคาเรต
กด 2 พากย์มวยคาหูสดๆ พร้อมกับให้ราคาต่อรอง เหตุการณ์ต่างๆเหมือนได้เห็นทุกอย่างในสนามด้วยตาตัวเอง และวิเคราะห์สถานการณ์การชกของแต่ละคู่ในแต่ละยุค ใครได้เปรียบ ใครเสียเปรียบ ให้ข้อมูลครบถ้วน
มวยคู่หนึ่งมีคนโทรเข้ามาในระบบนี้วันหนึ่งนับเป็นร้อยคน ราคาค่าบริการก็ตกนาทีละ 9 บาท ลองคิดดูว่ามวยคู่หนึ่งชกกัน 5 ยกๆ หนึ่งคือ 3 นาทีก็ตกเข้าไป 15 นาทีแล้วในกรณีไม่มีการน็อกเอาต์กันเกิดขึ้น คิดแค่จำนวนโทรเข้ามา 100 คนก็คิดเงินเป็นคร่าวๆ ได้ 12,500 บาท
และมวยไทยไม่ได้มีความนิยมเฉพาะการชกในเวทีมาตรฐานอย่างลุมพินี ราชดำเนินเท่านั้น ยังมีเวทีชานเมืองอย่างเวทีอ้อมน้อย เวทีสำโรง หรือสระบุอีก ยังไม่นับรวมกับมวยตู้ที่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์กันหลายช่องทั้งช่อง 3,ช่อง 5,ช่อง 7,ช่อง 9 ฯลฯ มีการชกแทบจะครบทุกวัน โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์มีการชกหลายเวทีพร้อมกันอีกด้วย
จำนวนคู่สายที่จากวางไว้ในตอนแรก 120 คู่สายแต่ไม่สามารถรองรับกับการใช้บริการได้ต้องเพิ่มคู่สายเป็น 600-800 สายและได้รับความนิยมอย่างมาก
เซียนอู๋สามารถทำรายได้จาก “เซียนอู๋ คาหู 1900” ถึงเดือนละ 500,000 บาท กลายเป็นราชาแห่งซิกแห่งยุคไปโดยปริยาย
หลังจากนั้นเขายังได้ชักชวนเพื่อนเซียนในวงการมาทำ”คาหู” แบบเดียวกันอีกหลายคนอาทิ ชาตรี พระปะแดง,เดี่ยว บางซ่อน,จ่าวี หมัดตรง แต่ได้แยกเบอร์ออกไป นอกจากยังได้ทำเพิ่มซิกสี่เซียนเพื่อรองรับความต้องการของผู้เล่นให้มากยิ่งขึ้น

เมื่อความนิยมเพิ่มมากขึ้น เซียนอู๋จะไม่ค่อยไปพากย์คาหูสดๆ ที่เวทีอีกแล้วแต่ให้ลูกชายคนโตเข้ามาทำหน้าที่แทน ส่วนตัวเองจะอยู่เป็นหลักที่บ้านและมีกล่องรับข้อมูลที่สามารถปล่อยเสียงตัวเองออกไปได้
อยากรู้ราคาต่อรองเวทีไหน ราคาเรตเป็นอย่างไร มวยคู่ไหนใครควรต่อและควรรองใคร ตัวไหนทีเด็ดก็สามารถบอกให้สมาชิกรับรู้ได้หมด และที่ได้รับความนิยมก็เพราะการฟันธงมวยแต่ล่ะคู่ค่อนข้างแม่นยำเพราะประสบการณ์โชกโชนในวงการมวยนั่นเอง
แน่นอนว่าไม่ใช่วิจารณ์มวยถูกทุกคู่ บางครั้งก็มีผิดพลาดบ้าง แต่ส่วนมากมักจะเกิดขึ้นกรณีเกิดมวยพลิกล็อกมากๆ อย่างเช่นมวยเป็นรอง 10-1 กลับปล่อยหมัดมั่วไปแต่ไปกระแทกโดนจุดสลบของมวยต่อจนร่วงผล็อยให้กรรมการนับสิบก็มี
การสร้างความเชื่อว่าโอกาสได้มากกว่าเสียเช่นนี้จึงไม่ใช่เหตุบังเอิญ
บริษัทที่เขามาร่วมกันทำระบบมวยคาหูมาทำระบบออดิโอเท็กซ์ก็เคยออกมากล่าวว่า เหตุผลที่ทำไม่ใช่เพียงแค่ต้องการความแปลกใหม่ แต่เพราะมั่นใจในคุณภาพของเซียนอู๋ที่เป็น Information Provider หรือผู้ให้ข้อมูลนั่นเอง
การแทงมวยออนไลน์ที่กลายเป็นกระแสใหม่ในยุคนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการต่อยอดมาจากยุคของการส่งซิกมวย ซิกมวยตู้ คาหูของบรรดาเซียนมวยในสนามมวยน้อยใหญ่นั่นเอง และเซียนอู๋ก็ขยับขยายมาทำรูปแบบออนไลน์ด้วยเช่นกันมีทั้งจัดรายการผ่านยูทูบ แฟนเพจ เว็บมวยออนไลน์ย่อมรู้จักชื่อของเซียนอู๋เป็นอย่างดี

แทงมวยออนไลน์ UFABET 911 แทงมวยแบบไม่เจ็บตัว

หากเทียบกับการ พนันออนไลน์ ในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล หวย สล็อตฯ หรืออะไรก็แล้วแต่การแทงมวยออนไลน์กล่าวได้ว่าอยู่ในโลกความเป็นจริง หากศึกษาข้อมูลให้ละเอียดและไม่ทุ่มมากเกินไปเพื่อหวังรวยในเวลาชั่วข้ามคืนก็สามารถทำรายได้ให้คงเส้นคงวาทีเดียว
แทงมวยออนไลน์จะมีหลายรูปแบบให้เล่น เพราะมีสื่อให้ติดตามความเคลื่อนไหวทั้งการชั่งน้ำหนักก่อนขึ้นชก สถิติย้อนหลัง จุดแข็งและจุดอ่อนของนักมวยแต่ละคน ราคาเรตมวย และยังมีเซียนมวยที่เป็นที่ปรึกษาให้ทรรศนะ ใครเป็นทีเด็ดประจำวัน ซึ่งค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก ทำให้ง่ายต่อการเล่นมากกว่ากีฬาอื่นอย่างฟุตบอลลีกในต่างประเทศหรือแม้แต่การแทงหวย
แต่ก็มีข้อควรระวังด้วยเช่นกัน เพราะขึ้นชื่อว่าการพนันแล้วมีได้ก็ย่อมมีเสียเช่นกัน ควรมีความเยือกเย็น มีความยั้งคิดในการเล่น หากประสบการณ์ ความรู้เกี่ยวกับแวดวงมวยยังน้อยก็ไม่ควรเล่นในจำนวนเงินมากนัก ควรเริ่มต้นด้วยเงินทีละน้อยก่อน เล่นเพื่อความสนุกสาน หาประสบการณ์ เรียนรู้วิธี กติกา ขั้นตอนการพนันมวยออนไลน์ให้ช่ำชอง ยิ่งรู้จักหารแหล่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเล่นก็จะลดความเสี่ยงไปได้อีกมาก
ขอให้โชคดีทุกคน

สอนการเล่นเดิมพันทุชนิดจาก https://www.denvergayflagfootball.com/ เพียงแค่อ่านแล้นำไปปรับใช้ ท่านก็จะเก่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด